โรงเรียนกาสรกสิวิทย์

โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ เป็นแหล่งที่เรียนรู้เกี่ยวการทำเกษตรแบบพอเพียงบนเนื้อที่กว่าร้อยไร่ โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว เดิมที่เป็นที่ดินของ นายสมจิตต์ และนางมณี อิ่มเอย น้อมเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินการจัดตั้งเป็นโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ เพื่อใช้เป็นวัตถุประสงค์ใช้พื้นที่นี้่เป็นแหล่งการเรียนรู้ของผู้คนและการใช้ประโยชน์จากกระบือในด้านการทำเกษตรกรรมพื้นบ้าน รวมถึงเป็นสถานที่ใช้ในการสาธิตวิธีการไถ่นาของกระบือซึ่งใช้ในสมัยก่อนของชาวบ้าน นอกจากนี้ยังมีการให้นักเรียนและผู้ที่อยากเข้ามาเรียนรู้วิธีการใช้ชีวิตแบบชาวนาท้องถิ่น มีการฝึกไถ่นาโดยกระบือ เรียนรู้วัฒนธรรมการเกษตรแบบท้องถิ่นและความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย ทั้งนี้เป็นไปตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฯ รัชกาลที่ 9 ในการใช้ชีวิตแบบพอเพียงและเรียบง่ายเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของแต่ละคนรวมถึงการเรียนรู้ที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ ภายในของ โรงเรียนกาสรกสิวิทย์  นั้นมีจุดเรียนรู้ต่างๆ และการนำวัสดุธรรมชาติมาใช้ร่วมกันได้อย่างดี รวมถึงการสร้างบ้านจากวัสดุธรรมชาติล้วนๆ ซึ่งภายในพื้นที่นั้นยังมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม จุดให้เรียนรู้ในส่วนต่างๆ ภายในโรงเรียน นับว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะแก่การให้เด็กๆมาสัมผัสความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายของชาวบ้าน อีกทั้งโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ยังไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก โดยเดินทางใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ถึงรังสิต แล้วใช้สะพานวงแหวน แยกขวาเข้าเส้นทางหมายเลข 305 เลียบคลองรังสิต ผ่านอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก แล้วแยกขวาใช้เส้นทางหมายเลข 33 ผ่านอำเภอกบินทร์บุรี อยู่ก่อนถึงจังหวัดสระแก้วประมาณ5 กิโลเมตร

สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์

ต้องบอกว่าดอยอินทนนท์นั้นเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมและเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ที่สวยงามและพืชผักเมืองหนาวต่างๆซึ่งเป็นงานหลักของชาวบ้าน ซึ่งแตกต่างจากอดีตที่ผ่านมาบนพื้นที่ที่แถบไม่มีป่าไม้ และเต็มไปด้วยไร่ฝิ่นพืชเสพติดที่ผิดกฏหมาย แน่นอนว่าพื้นที่แห่งนี้เมื่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงทอดพระเนตรถึงปัญหาต่างๆในระยะยาว พระองค์จึงมีพระราชดำริจัดตั้งโครงการตามแนวพระราชดำริขึ้นมาในบริเวณพื้นที่ดอยอินทนนท์ เพื่อใช้เป็นพื้นที่ทดลองการปลูกพรรณไม้ ดอกไม้เมืองหนาว และผักต่างๆ รวมถึงผลไม้เมืองหนาวต่างๆ เพื่อช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เลี้ยงชีพและไม่ต้องปลูกฝิ่น ทั้งยังอนุรักษ์ป่าไม้ ต้นน้ำลำธารให้มีความอุดมสมบูรณ์ จึงจัดตั้งสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ หนึ่งในโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9

สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ตั้งอยู่ที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณดอยอินทนนท์ สถานีเกษตรที่ทดลองการปลูกผัก ทำเกษตรบนที่สูงและการส่งเสริมอาชีพของชาวเขาบนยอดดอย ภายในประกอบด้วยแปลงผักปลอดสารพิษต่างๆ แปลงสาธิตของดอกไม้เมืองหนาวที่สวยงามซึ่งสามารถนำมาปลูกได้ในประเทศไทยให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชม ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพภาคการเกษตรทั้งพืชผักอินทรีย์  ไม้ผลขนาดเล็ก ไม้ผลเขตหนาว ไม้ผลเขตร้อน กาแฟ พืชไร่ และดอกไม้แห้งต่างๆ รวมถึงมีการจำหน่ายผักปลอดสารพิษ เมล็ดกาแฟต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อฝากกลับบ้านอีกด้วย โครงการพระราชดำริสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ เป็นโครงการที่ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้ รวมถึงยังช่วยให้พื้นที่ของดอยอินทนนท์อุดมสมบูรณ์ในปัจจุบัน

โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์

โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9 เป็นโครงการหนึ่งที่ช่วยบรรเทาทุกข์และช่วยไม่ให้ชาวกรุงเทพและสมุทรปราการต้องประสบกับน้ำท่วมขังในช่วงหน้าฝน รวมถึงรองรับน้ำเหนือที่ไหลจากมา แต่เดิมบริเวณคลองลัดโพธิ์เป็นคลองสายหนึ่งที่ขุดขึ้นเพื่อใช้เป็นเส้นทางลัดระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีลักษณะคดโค้ง เพื่อช่วยย่นระยะเวลาในการสัญจรทางเรือของชาวบ้าน แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปคลองนี้ขาดการดูแลและการสัญจรทางเรือลดลงมากจนทำให้เกิดการตื้นเขินของลำคลอง เมื่อถึงฤดูฝนและมีน้ำเหนือไหลลงมาทำให้คลองไม่สามารถรองรับน้ำได้และการระบายน้ำเกิดการล่าช้า ทำให้น้ำเอ่อท่วมบริเวณริมคลองและท่วมขังเป็นเวลานานจนเกิดเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคต่างๆ

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9 มีแนวพระราชดำริปรับปรุงคลองลัดโพธิ์ โดยจัดทำโครงการประตูระบายน้ำรวมถึงขุคลอกคลองให้มีความลึก ซึ่งประตูระบายน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สามารถบรรเทาระบายน้ำเหนือออกสู่ทะเลได้ รวมถึงช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงยังย่นระยะเวลาที่น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลออกสู่ทะเลได้ ซึ่งแต่เดิมน้ำต้องไหลเป็นทางอ้อมถึง 18 กิโลเมตร ซึ่งประตูคลองระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ยังสามารถไหลลงทะเลได้รวดเร็วขึ้น ด้วยระยะทางเพียง 600 เมตร ทั้งยังสามารถบริหารจัดการนด้วยการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำให้เหมาะสมและสอดคล้องกับเวลาน้ำขึ้น-น้ำลง และน้ำทะเลหนุนสูง ด้วย

 

โครงการฝนหลวง

โครงการฝนหลวง เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อสร้างฝนเทียมสำหรับบรรเทาปัญหาความแห้งแล้งขาดแคลนน้ำในการเกษตรโดยการทำฝนหลวงจะเป็นการบังคับเมฆให้ฝนตกจะแบ่งออกเป็นสามขั้นคือ การก่อกวน  การเลี้ยงให้เมฆอ้วนหรือหนัก การโจมตีให้เมฆตกเป็นฝน เมื่อคราวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกร เมื่อปี พ.ศ. 2498 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ทรงรับทราบถึงความเดือดร้อนทุกข์ยากของราษฎรและเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตร จึงได้มีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานโครงการพระราชดำริ โครงการ จึงได้ตราพระราชกฤษฎีการก่อตั้งสำนักงานปฏิบัติการฝนหลวงขึ้นในปี พ.ศ. 2518 ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเป็นหน่วยงานรองรับโครงการพระราชดำริฝนหลวงต่อไปการทำฝนเทียมหรือฝนหลวงเป็นกรรมวิธีการเหนี่ยวนำน้ำจากฟ้า ใช้เครื่องบินบรรจุสารเคมีขึ้นไปโปรยในท้องฟ้า โดยดูจากความชื้นของเมฆและสภาพทิศทางลมประกอบกัน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดฝนคือ ความร้อนชื้นปะทะความเย็น และมีแกนกลั่นตัวที่มีประสิทธิภาพในปริมาณที่เหมาะสม กล่าวคือ เมื่อมวลอากาศร้อนชื้นที่ระดับผิวพื้นขึ้นสู่อากาศเบื้องบน อุณหภูมิของมวลอากาศจะลดต่ำลงจนถึงความสูงที่ระดับหนึ่ง หากอุณหภูมิที่ลดต่ำลงนั้นมากพอก็จะทำให้ไอน้ำในมวลอากาศอิ่มตัว จะเกิดขบวนการกลั่นตัวเองของไอน้ำในมวลอากาศขึ้นบนแกนกลั่นตัว เกิดเป็นฝนตกลงมา ฉะนั้นสารเคมีที่ใช้จึงประกอบด้วย สูตรร้อน ใช้เพื่อกระตุ้นเร่งเร้ากลไกการหมุนเวียนของบรรยากาศ สูตรเย็น ใช้เพื่อกระตุ้นกลไกการรวมตัวของละอองเมฆให้โตขึ้นเป็นเม็ดฝน และสูตรที่ใช้เป็นแกนดูดซับความชื้น เพื่อใช้กระตุ้นกลไกระบบการกลั่นตัวให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

โครงการพระราชดำริ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9 นอกจากพระองค์ยังทรงห่วยใยประชาชนของท่าน พระองค์ยังทรงห่วงใยต่อสัตว์ป่า โดยเฉพาะปัญหาช้างป่าที่รุกล้ำพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน พระองค์ทรงจัดโครงการพระราชดำริในการฟื้นฟูสภาพป่าเพื่อเป็นอาหารของช้างป่าขึ้น โดยโครงการนี้จัดขึ้น ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย ในอดีตนั้นพื้นที่ดังกล่าวถูกบุกรุกเพื่อทำการเกษตร ซึ่งเดิมเป็นแหล่งอาหารของช้างป่าทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารของช้าง และการเพาะปลูกดังกล่าวนั้นส่วนใหญ่จะเป็น ข้าวโพด, มันสำปะหลัง, ข้าว ซึ่งล้วนเป็นอาหารชั้นดีของช้างป่า ช้างป่ามักเข้ามากินพืชพรรณที่ชาวบ้านปลูกไว้ทำกิน ซึ่งมันส่งกระทบทั้ง 2 ฝ่าย

ดังนั้นบริเวณพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงนั้น ในหลวงรัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชดำริให้ทางสำนักเลขาธิการ ประสานงานกับกรมป่าไม้จัดทำโครงการขึ้นในวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2542 โดยให้มีการปลูกพืชพรรณเพื่อเป็นอาหารของช้างป่าในพื้นที่ธรรมชาติ เพื่อช่วยลดการบุกรุกพื้นที่เกษตร ไร่นา ให้ได้รับความเสียหายน้อยลง ซึ่งในกรณีดังกล่าวนั้นชาวนามักถูกช้างทำร้ายจนเสียชีวิต และเพื่อขึ้นสภาพให้กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ให้อุดมสมบูรณ์ ภายในบริเวณดังกล่าวนั้นมีการจัดทำพื้นที่ปลูกพืชเพื่อเป็นอาหารของช้าง, จัดทำฝายชะลอน้ำแบบกึ่งถาวร เพื่อกักน้ำไว้สำหรับช้างและสัตว์อื่นช่วงหน้าแล้ง, จัดทำแนวกันไฟ, จัดทำโป่งเทียม รวมถึงสร้างจิตสำนึกกับชาวบ้านไม่ให้รุกล้ำพื้นที่ป่าซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของช้างป่าด้วย ขยายพื้นที่เหมาะสมแก่การอยู่อาศัยของช้างป่า ซึ่งมีอัตราการเพิ่มของประชากรช้างป่าในอนาคต