โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ

โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ ที่ทรงมีต่อเกษตรกรในการที่จะพัฒนาส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมให้ ประสบความสำเร็จและสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้อย่าง ยั่งยืน ตั้งอยู่ใน อ. ท่ายาง จ. เพชรบุรี เกิดขึ้นจากความเอาพระทัยใส่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประวัติที่มาของโครงการนี้ เริ่มตอนที่ตอนพระองค์ท่านประทับอยู่ ณ วังไกลกังวลแล้วมีชาวบ้านนำมันเทศมาถวาย ช่วงนั้นพระองค์ ต้องเสด็จกลับกรุงเทพเลยรับสั่งให้ เจ้าหน้าที่นำหัวมันเทศนั้นไปวางไว้บนตาชั่งในห้องทรงงานจากนั้นก็เสด็จกลับกรุงเทพ เวลาล่วงเป็น เดือน เมื่อเสด็จกลับมาหัวหินทรงพบว่ามันเทศนั้นได้แตกใบ เลยตรัสว่า มัน อยู่ที่ไหนก็ขึ้นดังนั้นจึงมีพระราชดำริให้จัดหาที่ดิน เพื่อทำโครงการด้านการเกษตร ปี พ.ศ. 2551 ก็ได้ซื้อที่ดินจำนวน 120 ไร่ และต่อมาในกลางปี 2552 ทรงซื้อที่ดินแปลงติดกันเพิ่มอีก ณ บ้านหนองคอไก่ ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 250 ไร่เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์รวบรวมพืชเศรษฐกิจนานาชนิด เพื่อเป็นแนวทางให้กับเกษตรกรโดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอท่ายางจังหวัดเพชรบุรี ที่มีพื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้ง ทรงพระราชทานพันธุ์มันเทศ ซึ่งงอกออกมาจากหัวมันที่ตั้งโชว์ไว้บนตาชั่งในห้องทรงงานที่วังไกลกังวล ให้นำมาปลูกไว้ที่ที่ดินแปลงนี้พระราชทานชื่อโครงการว่า “โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ” โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมโครงการนี้ด้วยพระองค์เอง มีพระตำหนักทรงงานที่ตั้งอยู่ภายในโครงการเป็นบ้านไม้สองชั้นเรียบง่ายที่ใช้ทรงงานและพักผ่อนพระอิริยาบถเมื่อครั้งเสด็จเยี่ยม โครงการนี้ รวมถึงรถที่ทรงใช้ทรงงานก็จอดอยู่ภายในบริเวณพระตำหนักด้วยเนื้อที่ภายในโครงการกว้างไกลตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ในพื้นที่แห่งนี้ สภาพเดิมโดยทั่วไปแห้งแล้งเจ้าของเดิมปลูกต้นยูคาลิปตัสตัดไม้ขาย มีแปลงปลูกมะนาวเดิมอยู่ประมาณ 35 ไร่แปลงอ้อยประมาณ 30 ไร่ การพัฒนาพื้นที่ส่วนที่เป็นแปลงยูคาลิปตัสทั้งหมด แต่ปัจจุบันได้ จัดสรรทำการเกษตรเป็นอย่างดี มีทั้งแปลงพืชเศรษฐกิจที่ปลูกหลายชนิด

ฝายชะลอน้ำ

ประเทศไทยในอดีตนั้นเป็นแหล่งที่มีพื้นที่แห้งแล้งมากเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ระดับน้ำที่ลดลงและบางแห้งเป็นพื้นที่แห้ง น้ำไม่สามารถเก็บกักไว้ได้ทำให้แม่น้ำ และลำคลองต่างๆแห้งแล้งนำไปสู่ภัยแล้งประเทศประสบการปัญหาดินเสื่อมโทรมและต้นไม้ที่น้อยในป่า โครงการสร้างฝายชะลอน้ำจึงเกิดขึ้นตามแนวพระราชดำริ ฝายชะลอน้ำ หรือ ฝายแม้ว เป็นเขื่อนกั้นน้ำขนาดเล็กใช้สำหรับการชะลอน้ำกึ่งถาวรประเภทหนึ่ง เพื่อช่วยลดปัญหาปริมาณน้ำที่แห้งแล้ง นอกจากนี้ยังสามารถเก็บน้ำไว้ใช้ยามแล้งอีกด้วย ฝายแม้วเป็นชื่อเรียกโครงการตามแนวพระราชดำริ เกี่ยวกับวิศวกรรมแบบพื้นบ้าน ซึ่งเป็นการสร้างเขื่อนเล็ก หรือ คันกั้นน้ำ โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติทั้งหมด วัสดุตามธรรมชาติที่หาได้ง่ายภายในบริเวณที่สร้างฝาย เช่น กิ่งไม้ ก้อนหินหรือแม้กระทั้งเถาวัลย์ที่นำมาร้อยเป็นเชือก ประกอบฝายกั้นน้ำด้วย

ฝายชะลอน้ำนั้นจุดประสงค์ในการสร้างเพื่อกั้นชะลอน้ำในลำธาร หรือทางน้ำเล็กๆ ให้ไหลช้าลง และขังอยู่ในพื้นที่ลำธารดังกล่าว เพื่อให้น้ำจากส่วนที่ถูกกั้นมีปริมาณเพิ่มขึ้น เมื่อน้ำเพิ่มสูงขึ้นเป็นเวลานานๆเข้า ส่วนพื้นที่โดยรอบจะได้รับการฟื้นฟู เพื่อให้พื้นที่ต่างๆที่เคยแห้งแล้งกลับมาได้รับการฟื้นฟูขึ้นอีกครั้งทำให้พื้นดินริมลำธารนั้น รวมถึงต้นไม้โดยรอบเจริญเติบโตได้อย่างดี นับว่าเป็นการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมให้เกิดความชุ่มชื้นมากพอที่จะพัฒนาการเป็นป่าสมบูรณ์ขึ้นได้ในอนาคต นอกจากนี้ตามโครงการพระราชดำริ ฝายชะลอน้ำนั้นนับว่าช่วยให้พื้นที่ลำน้ำได้มีการเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งได้ โครงการพระราชดำริฝ่ายชะลอน้ำเริ่มทดลองขึ้น บริเวณ โครงการห้วยฮ่องไคร้ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีการสร้างฝายขึ้นเพื่อทดลองความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า และประสบผลสำเร็จจนเป็นตัวอย่างให้กับโครงการอื่นๆต่อมา ซึ่งได้มีการอธิบายความรู้ต่างๆกับแก่ประชาชนตามหมู่บ้านที่มีลำธารเล็กๆ ซึ่งบอกถึงประโยชน์ต่างๆ ซึ่งชาวบ้านต่างก็ให้ความร่วมมืออย่างดี และร่วมกันสร้างฝายชะลอน้ำขึ้นและประสบความสำเร็จมาก

ฝายชะลอน้ำมีประโยชน์ในด้านต่างๆมากมายซึ่งตามโครงการพระราชดำรินั้นการสร้างฝายเป็นการสร้างฝายแบบไม่ถาวรและไม่ใช้วัสดุแบบถาวร จะใช้วัสดุตามธรรมชาติเท่านั้น เช่น การสร้างฝายชะลอน้ำนั้นสามารถมีน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้ง โดยน้ำยังสามารถไหลซึมผ่านตามร่องไม้ หรือ ล้นฝายได้ ซึ่งไม่ได้ใช้สร้างแบบถาวร ฝายชะลอน้ำช่วยให้ชะลอความแรงของน้ำหลาก ช่วยลดการกัดเซาะของตลิ่งลำน้ำ ซึ่งการเซาะของน้ำนั้นอาจส่งผลให้เกิดตลิ่งพังเนื่องจากความแรงของน้ำ สามารถใช้ทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี เช่น ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ทำไร่ ทำสวน เนื่องจากตัวฝายสามารถเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง