ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน

โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อำเภอท่าใหม่ จังหวัด จันทบุรีกว่าที่จะมาถึงวันนี้ได้นั้นทรัพยากรธรรมชาติในบริเวณนี้เคยอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมเนื่องจากการทำประมงอย่างไม่มีระบบ ป่าชายเลนถูกทำลาย ทำให้น้ำทะลหนุนจนดินเค็มไม่สามารถเพาะปลูกได้ ชาวบ้านต้องลุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ป่าเพื่อหาที่ดินทำกินเพิ่ม จนกระทั่งวันหนึ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้มีพระราชดำรัสให้มีการจัดทำโครงการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ขึ้น เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดจันทบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2524 พื้นที่ป่าชายเลนแห่งนี้จึงถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่กลายเป็น พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต ศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตร แหล่งศึกษาดูงาน และแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่เปิดรับผู้มาเยือนไม่ต่ำกว่าปีละ 700,000 คนเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ ควบคู่กับการท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเดินไปตามสะพานไม้ที่สร้างด้วยไม้ตะเคียนทอง ผ่านศาลาให้ความรู้ทั้งหมด 10 จุดโดยที่แต่ละศาลานั้นก็จะบอกเล่าที่มารวมถึงองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการทดลองทำจริงในสถานที่แห่งนี้ อีกทั้งยังมีจุดที่น่าสนใจส่วนอื่นอีก เช่น ศาลาชมวิว ที่จะเชื้อเชิญให้คุณนั่งห้อยขาและดื่มด่ำกับธรรมชาติแบบพาโนรามา จนแทบไม่อยากลุกไปไหน หลังจากนั้นเตรียมกำลังขาให้พร้อมเพื่อที่จะเดินขึ้นไปบนหอดูเรือนยอดไม้ ที่มีความสูงถึง 15 เมตร ซึ่งวิวที่เห็นรับรองได้ว่าคุ้มค่ากับเหงื่อที่เสียไปแน่นอนและเมื่อเดินวนจนครบแล้ว ห่างจากเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเพียงไม่ไกลนักเราก็จะพบกับ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษาที่มีการจัดแสดงสัตว์น้ำมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นพันธุ์ปลาที่มีถิ่นอาศัยอยู่บริเวณอ่าวคุ้งกระเบน

 

โครงการพัฒนาดอยตุง

โครงการพัฒนาดอยตุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการเพื่อประชาชนที่อยู่แถบชายแดนภาคเหนือเพื่อหารายได้ให้แทนการประกอบอาชีพผิดกฎหมายก่อตั้งบนพื้นที่ดอยตุง จังหวัดเชียงราย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 93,515 ไร่ ให้ประโยชน์แก่ชาวบ้าน 29 หมู่บ้าน ประมาณ 11,000 คน ประกอบด้วยชนเผ่า 6 เผ่า ในอดีต ชาวบ้านบนดอยตุงไม่มีสัญชาติ อยู่ในโลกแห่งการเอาตัวรอดและความยากจนแร้นแค้น โดยที่ไม่มีโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานและการสนับสนุนใด ๆ จากภาครัฐ ทั้งยังมีกลุ่มติดอาวุธครอบครองพื้นที่บางส่วนทำให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ดอยตุงซึ่งตั้งอยู่ใจกลางสามเหลี่ยมทองคำจึงเป็นแหล่งปลูกพืชเสพติด เผชิญปัญหาสังคมที่ซับซ้อน และมีธรรมชาติที่ถูกทำลายจากการแผ้วถางเพื่อทำไร่เลื่อนลอยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนดอยตุงเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2530 และทรงเล็งเห็นว่ารากเหง้าของปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมบนดอยตุง คือ ความยากจนและการขาดโอกาสในการดำรงชีวิต จึงทรงมีพระราชดำริที่จะนำผืนป่ากลับคืนสู่ดอยตุง และฟื้นฟูดอยตุงทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นับเป็นการให้โอกาสคนทุกหมู่เหล่าไม่ว่าเชื้อชาติ ศาสนา หรือสัญชาติใด ทำให้ชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ มีความหวังอีกครั้ง สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงมีพระราชดำริให้โครงการพัฒนาดอยตุงฯ สามารถเลี้ยงตนเองได้ เพราะหากพึ่งพางบประมาณจากรัฐบาล จะไม่เป็นการยุติธรรมกับประชาชนชาวไทยที่ไม่ได้อาศัยอยู่บนดอยตุง ความมั่นคงทางการเงินที่ควบคู่กับความก้าวหน้าทางสังคมและสิ่งแวดล้อมจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงได้สร้างแบรนด์ดอยตุงขึ้นมาเพื่อเป็นช่องทางหลักในการหารายได้สนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ แบรนด์ดอยตุงประกอบด้วยหน่วยธุรกิจ 4 หน่วย ได้แก่ อาหาร หัตถกรรม การเกษตร และการท่องเที่ยว โครงการพัฒนาดอยตุงฯ สามารถเลี้ยงตนเองได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา

โครงการคลองลัดโพธิ์

จากปัญหาน้ำท่วมที่มีมาทุกปีเป็นปัญหาที่แก้กันไม่ตกของคนในพื้นที่ปัญหาการระบายน้ำในจุดนี้ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมากมายในพื้นที่รับน้ำต่างๆเพราะการระบายน้ำลงทะเลทำได้ช้าจึงต้องรอการแก้ไขจากภาครัฐด้วยปัญหาดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนส่งผลในวงกว้าง ด้วยปัญหาการระบายน้ำและการขยายตัวของสังคมเมืองในกรุงเทพมหานคร  นอกจากจะต้องแก้ไขปัญหาด้วยการขุดลอกคูคลองมิให้ตื้นเขินแล้ว ยังจะต้องดูระยะเวลาน้ำขึ้น-ลง ของน้ำทะเลอีกด้วย ซึ่งถ้าหากบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและถูกต้องก็จะสามารถช่วยแก้ไขและป้องกันปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนได้  ในบริเวณพื้นที่คลองลัดโพธิ์ ตั้งอยู่ในอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ก็เป็นที่ระบายน้ำที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ซึ่งแต่เดิมเป็นลำคลองที่มีขนาดเล็กและตื้นเขิน ต่อมาจากสายพระเนตรที่ยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  จึงได้พระราชทานให้มีการจัดสร้างเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริ สู่การบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร โดยยึดหลักการ การเบี่ยงน้ำภายใต้การดูแลของหน่วยงานหลัก 3 หน่วยงานคือ กรมชลประทาน กรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

โครงการคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นอีกหนึ่งโครงการพระราชทาน เพื่อเร่งระบายน้ำจากภาคเหนือออกสู่ทะเล อันจะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่เกิดจากพระวิริยะอุตสาหะในการค้นค้นคว้า จนเข้าถึงสภาพภูมิประเทศอย่างถ่องแท้และทรงนำหลักคิดจากการใช้ประโยชน์ของคลองลัดโพธิ์ที่ขุดขึ้นมากว่า 300 ปี จนผู้คนทั่วไปลืมเลือนและลบหายไปจากแผนที่มาผสานเข้ากับหลักวิชาการและทฤษฎีการขึ้น-ลงของน้ำ ทั้งยังคำนึงถึงสภาพความเป็นอยู่และระบบนิเวศโดยส่วนรวมของธรรมชาติ ตลอดจนสภาพทางสังคมและชุมชน นับเป็นการแก้ไขปัญหาด้วยการใช้“หลักแห่งธรรมชาติ” เป็นแนวทางเพื่อให้มนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันสืบไป