โรงเรียนกาสรกสิวิทย์

โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ เป็นแหล่งที่เรียนรู้เกี่ยวการทำเกษตรแบบพอเพียงบนเนื้อที่กว่าร้อยไร่ โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว เดิมที่เป็นที่ดินของ นายสมจิตต์ และนางมณี อิ่มเอย น้อมเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินการจัดตั้งเป็นโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ เพื่อใช้เป็นวัตถุประสงค์ใช้พื้นที่นี้่เป็นแหล่งการเรียนรู้ของผู้คนและการใช้ประโยชน์จากกระบือในด้านการทำเกษตรกรรมพื้นบ้าน รวมถึงเป็นสถานที่ใช้ในการสาธิตวิธีการไถ่นาของกระบือซึ่งใช้ในสมัยก่อนของชาวบ้าน นอกจากนี้ยังมีการให้นักเรียนและผู้ที่อยากเข้ามาเรียนรู้วิธีการใช้ชีวิตแบบชาวนาท้องถิ่น มีการฝึกไถ่นาโดยกระบือ เรียนรู้วัฒนธรรมการเกษตรแบบท้องถิ่นและความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย ทั้งนี้เป็นไปตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฯ รัชกาลที่ 9 ในการใช้ชีวิตแบบพอเพียงและเรียบง่ายเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของแต่ละคนรวมถึงการเรียนรู้ที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ ภายในของ โรงเรียนกาสรกสิวิทย์  นั้นมีจุดเรียนรู้ต่างๆ และการนำวัสดุธรรมชาติมาใช้ร่วมกันได้อย่างดี รวมถึงการสร้างบ้านจากวัสดุธรรมชาติล้วนๆ ซึ่งภายในพื้นที่นั้นยังมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม จุดให้เรียนรู้ในส่วนต่างๆ ภายในโรงเรียน นับว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะแก่การให้เด็กๆมาสัมผัสความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายของชาวบ้าน อีกทั้งโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ยังไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก โดยเดินทางใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ถึงรังสิต แล้วใช้สะพานวงแหวน แยกขวาเข้าเส้นทางหมายเลข 305 เลียบคลองรังสิต ผ่านอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก แล้วแยกขวาใช้เส้นทางหมายเลข 33 ผ่านอำเภอกบินทร์บุรี อยู่ก่อนถึงจังหวัดสระแก้วประมาณ5 กิโลเมตร

สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์

ต้องบอกว่าดอยอินทนนท์นั้นเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมและเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ที่สวยงามและพืชผักเมืองหนาวต่างๆซึ่งเป็นงานหลักของชาวบ้าน ซึ่งแตกต่างจากอดีตที่ผ่านมาบนพื้นที่ที่แถบไม่มีป่าไม้ และเต็มไปด้วยไร่ฝิ่นพืชเสพติดที่ผิดกฏหมาย แน่นอนว่าพื้นที่แห่งนี้เมื่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงทอดพระเนตรถึงปัญหาต่างๆในระยะยาว พระองค์จึงมีพระราชดำริจัดตั้งโครงการตามแนวพระราชดำริขึ้นมาในบริเวณพื้นที่ดอยอินทนนท์ เพื่อใช้เป็นพื้นที่ทดลองการปลูกพรรณไม้ ดอกไม้เมืองหนาว และผักต่างๆ รวมถึงผลไม้เมืองหนาวต่างๆ เพื่อช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เลี้ยงชีพและไม่ต้องปลูกฝิ่น ทั้งยังอนุรักษ์ป่าไม้ ต้นน้ำลำธารให้มีความอุดมสมบูรณ์ จึงจัดตั้งสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ หนึ่งในโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9

สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ตั้งอยู่ที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณดอยอินทนนท์ สถานีเกษตรที่ทดลองการปลูกผัก ทำเกษตรบนที่สูงและการส่งเสริมอาชีพของชาวเขาบนยอดดอย ภายในประกอบด้วยแปลงผักปลอดสารพิษต่างๆ แปลงสาธิตของดอกไม้เมืองหนาวที่สวยงามซึ่งสามารถนำมาปลูกได้ในประเทศไทยให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชม ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพภาคการเกษตรทั้งพืชผักอินทรีย์  ไม้ผลขนาดเล็ก ไม้ผลเขตหนาว ไม้ผลเขตร้อน กาแฟ พืชไร่ และดอกไม้แห้งต่างๆ รวมถึงมีการจำหน่ายผักปลอดสารพิษ เมล็ดกาแฟต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อฝากกลับบ้านอีกด้วย โครงการพระราชดำริสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ เป็นโครงการที่ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้ รวมถึงยังช่วยให้พื้นที่ของดอยอินทนนท์อุดมสมบูรณ์ในปัจจุบัน

โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์

โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9 เป็นโครงการหนึ่งที่ช่วยบรรเทาทุกข์และช่วยไม่ให้ชาวกรุงเทพและสมุทรปราการต้องประสบกับน้ำท่วมขังในช่วงหน้าฝน รวมถึงรองรับน้ำเหนือที่ไหลจากมา แต่เดิมบริเวณคลองลัดโพธิ์เป็นคลองสายหนึ่งที่ขุดขึ้นเพื่อใช้เป็นเส้นทางลัดระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีลักษณะคดโค้ง เพื่อช่วยย่นระยะเวลาในการสัญจรทางเรือของชาวบ้าน แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปคลองนี้ขาดการดูแลและการสัญจรทางเรือลดลงมากจนทำให้เกิดการตื้นเขินของลำคลอง เมื่อถึงฤดูฝนและมีน้ำเหนือไหลลงมาทำให้คลองไม่สามารถรองรับน้ำได้และการระบายน้ำเกิดการล่าช้า ทำให้น้ำเอ่อท่วมบริเวณริมคลองและท่วมขังเป็นเวลานานจนเกิดเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคต่างๆ

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9 มีแนวพระราชดำริปรับปรุงคลองลัดโพธิ์ โดยจัดทำโครงการประตูระบายน้ำรวมถึงขุคลอกคลองให้มีความลึก ซึ่งประตูระบายน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สามารถบรรเทาระบายน้ำเหนือออกสู่ทะเลได้ รวมถึงช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงยังย่นระยะเวลาที่น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลออกสู่ทะเลได้ ซึ่งแต่เดิมน้ำต้องไหลเป็นทางอ้อมถึง 18 กิโลเมตร ซึ่งประตูคลองระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ยังสามารถไหลลงทะเลได้รวดเร็วขึ้น ด้วยระยะทางเพียง 600 เมตร ทั้งยังสามารถบริหารจัดการนด้วยการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำให้เหมาะสมและสอดคล้องกับเวลาน้ำขึ้น-น้ำลง และน้ำทะเลหนุนสูง ด้วย

 

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน

โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อำเภอท่าใหม่ จังหวัด จันทบุรีกว่าที่จะมาถึงวันนี้ได้นั้นทรัพยากรธรรมชาติในบริเวณนี้เคยอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมเนื่องจากการทำประมงอย่างไม่มีระบบ ป่าชายเลนถูกทำลาย ทำให้น้ำทะลหนุนจนดินเค็มไม่สามารถเพาะปลูกได้ ชาวบ้านต้องลุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ป่าเพื่อหาที่ดินทำกินเพิ่ม จนกระทั่งวันหนึ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้มีพระราชดำรัสให้มีการจัดทำโครงการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ขึ้น เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดจันทบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2524 พื้นที่ป่าชายเลนแห่งนี้จึงถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่กลายเป็น พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต ศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตร แหล่งศึกษาดูงาน และแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่เปิดรับผู้มาเยือนไม่ต่ำกว่าปีละ 700,000 คนเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ ควบคู่กับการท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเดินไปตามสะพานไม้ที่สร้างด้วยไม้ตะเคียนทอง ผ่านศาลาให้ความรู้ทั้งหมด 10 จุดโดยที่แต่ละศาลานั้นก็จะบอกเล่าที่มารวมถึงองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการทดลองทำจริงในสถานที่แห่งนี้ อีกทั้งยังมีจุดที่น่าสนใจส่วนอื่นอีก เช่น ศาลาชมวิว ที่จะเชื้อเชิญให้คุณนั่งห้อยขาและดื่มด่ำกับธรรมชาติแบบพาโนรามา จนแทบไม่อยากลุกไปไหน หลังจากนั้นเตรียมกำลังขาให้พร้อมเพื่อที่จะเดินขึ้นไปบนหอดูเรือนยอดไม้ ที่มีความสูงถึง 15 เมตร ซึ่งวิวที่เห็นรับรองได้ว่าคุ้มค่ากับเหงื่อที่เสียไปแน่นอนและเมื่อเดินวนจนครบแล้ว ห่างจากเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเพียงไม่ไกลนักเราก็จะพบกับ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษาที่มีการจัดแสดงสัตว์น้ำมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นพันธุ์ปลาที่มีถิ่นอาศัยอยู่บริเวณอ่าวคุ้งกระเบน

 

โครงการพัฒนาดอยตุง

โครงการพัฒนาดอยตุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการเพื่อประชาชนที่อยู่แถบชายแดนภาคเหนือเพื่อหารายได้ให้แทนการประกอบอาชีพผิดกฎหมายก่อตั้งบนพื้นที่ดอยตุง จังหวัดเชียงราย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 93,515 ไร่ ให้ประโยชน์แก่ชาวบ้าน 29 หมู่บ้าน ประมาณ 11,000 คน ประกอบด้วยชนเผ่า 6 เผ่า ในอดีต ชาวบ้านบนดอยตุงไม่มีสัญชาติ อยู่ในโลกแห่งการเอาตัวรอดและความยากจนแร้นแค้น โดยที่ไม่มีโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานและการสนับสนุนใด ๆ จากภาครัฐ ทั้งยังมีกลุ่มติดอาวุธครอบครองพื้นที่บางส่วนทำให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ดอยตุงซึ่งตั้งอยู่ใจกลางสามเหลี่ยมทองคำจึงเป็นแหล่งปลูกพืชเสพติด เผชิญปัญหาสังคมที่ซับซ้อน และมีธรรมชาติที่ถูกทำลายจากการแผ้วถางเพื่อทำไร่เลื่อนลอยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนดอยตุงเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2530 และทรงเล็งเห็นว่ารากเหง้าของปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมบนดอยตุง คือ ความยากจนและการขาดโอกาสในการดำรงชีวิต จึงทรงมีพระราชดำริที่จะนำผืนป่ากลับคืนสู่ดอยตุง และฟื้นฟูดอยตุงทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นับเป็นการให้โอกาสคนทุกหมู่เหล่าไม่ว่าเชื้อชาติ ศาสนา หรือสัญชาติใด ทำให้ชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ มีความหวังอีกครั้ง สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงมีพระราชดำริให้โครงการพัฒนาดอยตุงฯ สามารถเลี้ยงตนเองได้ เพราะหากพึ่งพางบประมาณจากรัฐบาล จะไม่เป็นการยุติธรรมกับประชาชนชาวไทยที่ไม่ได้อาศัยอยู่บนดอยตุง ความมั่นคงทางการเงินที่ควบคู่กับความก้าวหน้าทางสังคมและสิ่งแวดล้อมจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงได้สร้างแบรนด์ดอยตุงขึ้นมาเพื่อเป็นช่องทางหลักในการหารายได้สนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ แบรนด์ดอยตุงประกอบด้วยหน่วยธุรกิจ 4 หน่วย ได้แก่ อาหาร หัตถกรรม การเกษตร และการท่องเที่ยว โครงการพัฒนาดอยตุงฯ สามารถเลี้ยงตนเองได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา

โครงการคลองลัดโพธิ์

จากปัญหาน้ำท่วมที่มีมาทุกปีเป็นปัญหาที่แก้กันไม่ตกของคนในพื้นที่ปัญหาการระบายน้ำในจุดนี้ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมากมายในพื้นที่รับน้ำต่างๆเพราะการระบายน้ำลงทะเลทำได้ช้าจึงต้องรอการแก้ไขจากภาครัฐด้วยปัญหาดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนส่งผลในวงกว้าง ด้วยปัญหาการระบายน้ำและการขยายตัวของสังคมเมืองในกรุงเทพมหานคร  นอกจากจะต้องแก้ไขปัญหาด้วยการขุดลอกคูคลองมิให้ตื้นเขินแล้ว ยังจะต้องดูระยะเวลาน้ำขึ้น-ลง ของน้ำทะเลอีกด้วย ซึ่งถ้าหากบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและถูกต้องก็จะสามารถช่วยแก้ไขและป้องกันปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนได้  ในบริเวณพื้นที่คลองลัดโพธิ์ ตั้งอยู่ในอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ก็เป็นที่ระบายน้ำที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ซึ่งแต่เดิมเป็นลำคลองที่มีขนาดเล็กและตื้นเขิน ต่อมาจากสายพระเนตรที่ยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  จึงได้พระราชทานให้มีการจัดสร้างเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริ สู่การบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร โดยยึดหลักการ การเบี่ยงน้ำภายใต้การดูแลของหน่วยงานหลัก 3 หน่วยงานคือ กรมชลประทาน กรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

โครงการคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นอีกหนึ่งโครงการพระราชทาน เพื่อเร่งระบายน้ำจากภาคเหนือออกสู่ทะเล อันจะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่เกิดจากพระวิริยะอุตสาหะในการค้นค้นคว้า จนเข้าถึงสภาพภูมิประเทศอย่างถ่องแท้และทรงนำหลักคิดจากการใช้ประโยชน์ของคลองลัดโพธิ์ที่ขุดขึ้นมากว่า 300 ปี จนผู้คนทั่วไปลืมเลือนและลบหายไปจากแผนที่มาผสานเข้ากับหลักวิชาการและทฤษฎีการขึ้น-ลงของน้ำ ทั้งยังคำนึงถึงสภาพความเป็นอยู่และระบบนิเวศโดยส่วนรวมของธรรมชาติ ตลอดจนสภาพทางสังคมและชุมชน นับเป็นการแก้ไขปัญหาด้วยการใช้“หลักแห่งธรรมชาติ” เป็นแนวทางเพื่อให้มนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันสืบไป

 

โครงการฝนหลวง

โครงการฝนหลวง เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อสร้างฝนเทียมสำหรับบรรเทาปัญหาความแห้งแล้งขาดแคลนน้ำในการเกษตรโดยการทำฝนหลวงจะเป็นการบังคับเมฆให้ฝนตกจะแบ่งออกเป็นสามขั้นคือ การก่อกวน  การเลี้ยงให้เมฆอ้วนหรือหนัก การโจมตีให้เมฆตกเป็นฝน เมื่อคราวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกร เมื่อปี พ.ศ. 2498 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ทรงรับทราบถึงความเดือดร้อนทุกข์ยากของราษฎรและเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตร จึงได้มีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานโครงการพระราชดำริ โครงการ จึงได้ตราพระราชกฤษฎีการก่อตั้งสำนักงานปฏิบัติการฝนหลวงขึ้นในปี พ.ศ. 2518 ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเป็นหน่วยงานรองรับโครงการพระราชดำริฝนหลวงต่อไปการทำฝนเทียมหรือฝนหลวงเป็นกรรมวิธีการเหนี่ยวนำน้ำจากฟ้า ใช้เครื่องบินบรรจุสารเคมีขึ้นไปโปรยในท้องฟ้า โดยดูจากความชื้นของเมฆและสภาพทิศทางลมประกอบกัน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดฝนคือ ความร้อนชื้นปะทะความเย็น และมีแกนกลั่นตัวที่มีประสิทธิภาพในปริมาณที่เหมาะสม กล่าวคือ เมื่อมวลอากาศร้อนชื้นที่ระดับผิวพื้นขึ้นสู่อากาศเบื้องบน อุณหภูมิของมวลอากาศจะลดต่ำลงจนถึงความสูงที่ระดับหนึ่ง หากอุณหภูมิที่ลดต่ำลงนั้นมากพอก็จะทำให้ไอน้ำในมวลอากาศอิ่มตัว จะเกิดขบวนการกลั่นตัวเองของไอน้ำในมวลอากาศขึ้นบนแกนกลั่นตัว เกิดเป็นฝนตกลงมา ฉะนั้นสารเคมีที่ใช้จึงประกอบด้วย สูตรร้อน ใช้เพื่อกระตุ้นเร่งเร้ากลไกการหมุนเวียนของบรรยากาศ สูตรเย็น ใช้เพื่อกระตุ้นกลไกการรวมตัวของละอองเมฆให้โตขึ้นเป็นเม็ดฝน และสูตรที่ใช้เป็นแกนดูดซับความชื้น เพื่อใช้กระตุ้นกลไกระบบการกลั่นตัวให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

โครงการพัฒนาส่วนพระองค์ บางเบิด

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีที่ดินส่วนพระองค์ที่บ้านน้ำพุ ตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เนื้อที่ประมาณ 448 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่ติดทะเล มีสภาพเป็นดินทรายชายทะเลที่ถูกคลื่นทับถมกันเป็นเวลานานจนกลายสภาพเป็นเนินทราย กระจายอยู่ทั่วไป แต่เดิมสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ได้จัดทำโครงการวิจัยปลูกต้นไม้โตเร็วชนิดต่างๆเป็นจำนวนมากเพื่อศึกษาผลกระทบที่ดินดังกล่าว ต่อมาสำนักงานจัดการทรัพยากรที่ดินส่วนพระองค์ซึ่งดูแลรับผิดชอบดูแลที่ดินแปลงนี้อยู่ได้นำกลับมาเพื่อพัฒนา และหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินกลับจากทรงเยี่ยมพื้นที่จังหวัดชุมพร เมื่อปี พ.ศ.2541 จึงทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ โครงการพัฒนาส่วนพระองค์เป็นผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนาที่ดินแปลงนี้ให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ โดยให้อนุรักษ์สภาพแวดล้อมเดิมซึ่งมีสภาพเป็นสันทรายป่าชายหาด พัฒนาพื้นที่เพื่อการเกษตร โดยการปรับปรุงดินตามความเหมาะสม เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษาวิจัยและพัฒนาส่งเสริมอาชีพและแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดชุมพร เนื่องจากมีศักยภาพเหมาะสมทุกด้าน สนับสนุนเศรษฐกิจพอเพียง  ก็มีการเพิ่มมูลค่าสินอย่างการศึกษาเก็บไขจากตัวชะมดและขยายพันธ์ชะมดเช็ด เนื่องจากปัจจุบันประชาการชะมดเช็ดมีจำนวนลดน้อยลงไปมาก เนื่องจากคนบุกรุกป่า และนำชะมดมาเป็นอาหาร จึงทำให้จำนวนประชากรชะมดเช็ดลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว โครงการพัฒนาส่วนพระองค์ จังหวัดชุมพรจึงได้ทำการเพาะเลี้ยงเพื่อขยายพันธ์และเก็บไขของชะมดอีกทั้งยังสามารถผลิตกาแฟขี้ชะมดได้อีกด้วย โดยปกติแล้ว ชะมดเช็ดจะผลิตไขออกมาจากต่อมบริเวณใกล้กับก้น แล้วจะเช็ดกับเสาจึงเรียกว่าชะมดเช็ด ส่วนไขที่ชะมดเช็ดทิ้งไว้กับเสา สามารถนำไปผลิดเป็นหัวน้ำหอม ซึ่งในไขที่ชะมดเช็ดทิ้งไว้นั้นจะสีสารบางชนิดที่ทำให้เกิดกลิ่นที่ติดทนนาน

 

โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ

โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ ที่ทรงมีต่อเกษตรกรในการที่จะพัฒนาส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมให้ ประสบความสำเร็จและสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้อย่าง ยั่งยืน ตั้งอยู่ใน อ. ท่ายาง จ. เพชรบุรี เกิดขึ้นจากความเอาพระทัยใส่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประวัติที่มาของโครงการนี้ เริ่มตอนที่ตอนพระองค์ท่านประทับอยู่ ณ วังไกลกังวลแล้วมีชาวบ้านนำมันเทศมาถวาย ช่วงนั้นพระองค์ ต้องเสด็จกลับกรุงเทพเลยรับสั่งให้ เจ้าหน้าที่นำหัวมันเทศนั้นไปวางไว้บนตาชั่งในห้องทรงงานจากนั้นก็เสด็จกลับกรุงเทพ เวลาล่วงเป็น เดือน เมื่อเสด็จกลับมาหัวหินทรงพบว่ามันเทศนั้นได้แตกใบ เลยตรัสว่า มัน อยู่ที่ไหนก็ขึ้นดังนั้นจึงมีพระราชดำริให้จัดหาที่ดิน เพื่อทำโครงการด้านการเกษตร ปี พ.ศ. 2551 ก็ได้ซื้อที่ดินจำนวน 120 ไร่ และต่อมาในกลางปี 2552 ทรงซื้อที่ดินแปลงติดกันเพิ่มอีก ณ บ้านหนองคอไก่ ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 250 ไร่เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์รวบรวมพืชเศรษฐกิจนานาชนิด เพื่อเป็นแนวทางให้กับเกษตรกรโดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอท่ายางจังหวัดเพชรบุรี ที่มีพื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้ง ทรงพระราชทานพันธุ์มันเทศ ซึ่งงอกออกมาจากหัวมันที่ตั้งโชว์ไว้บนตาชั่งในห้องทรงงานที่วังไกลกังวล ให้นำมาปลูกไว้ที่ที่ดินแปลงนี้พระราชทานชื่อโครงการว่า “โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ” โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมโครงการนี้ด้วยพระองค์เอง มีพระตำหนักทรงงานที่ตั้งอยู่ภายในโครงการเป็นบ้านไม้สองชั้นเรียบง่ายที่ใช้ทรงงานและพักผ่อนพระอิริยาบถเมื่อครั้งเสด็จเยี่ยม โครงการนี้ รวมถึงรถที่ทรงใช้ทรงงานก็จอดอยู่ภายในบริเวณพระตำหนักด้วยเนื้อที่ภายในโครงการกว้างไกลตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ในพื้นที่แห่งนี้ สภาพเดิมโดยทั่วไปแห้งแล้งเจ้าของเดิมปลูกต้นยูคาลิปตัสตัดไม้ขาย มีแปลงปลูกมะนาวเดิมอยู่ประมาณ 35 ไร่แปลงอ้อยประมาณ 30 ไร่ การพัฒนาพื้นที่ส่วนที่เป็นแปลงยูคาลิปตัสทั้งหมด แต่ปัจจุบันได้ จัดสรรทำการเกษตรเป็นอย่างดี มีทั้งแปลงพืชเศรษฐกิจที่ปลูกหลายชนิด

โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

โครงการพระราชดำริ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9 นอกจากพระองค์ยังทรงห่วยใยประชาชนของท่าน พระองค์ยังทรงห่วงใยต่อสัตว์ป่า โดยเฉพาะปัญหาช้างป่าที่รุกล้ำพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน พระองค์ทรงจัดโครงการพระราชดำริในการฟื้นฟูสภาพป่าเพื่อเป็นอาหารของช้างป่าขึ้น โดยโครงการนี้จัดขึ้น ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย ในอดีตนั้นพื้นที่ดังกล่าวถูกบุกรุกเพื่อทำการเกษตร ซึ่งเดิมเป็นแหล่งอาหารของช้างป่าทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารของช้าง และการเพาะปลูกดังกล่าวนั้นส่วนใหญ่จะเป็น ข้าวโพด, มันสำปะหลัง, ข้าว ซึ่งล้วนเป็นอาหารชั้นดีของช้างป่า ช้างป่ามักเข้ามากินพืชพรรณที่ชาวบ้านปลูกไว้ทำกิน ซึ่งมันส่งกระทบทั้ง 2 ฝ่าย

ดังนั้นบริเวณพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงนั้น ในหลวงรัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชดำริให้ทางสำนักเลขาธิการ ประสานงานกับกรมป่าไม้จัดทำโครงการขึ้นในวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2542 โดยให้มีการปลูกพืชพรรณเพื่อเป็นอาหารของช้างป่าในพื้นที่ธรรมชาติ เพื่อช่วยลดการบุกรุกพื้นที่เกษตร ไร่นา ให้ได้รับความเสียหายน้อยลง ซึ่งในกรณีดังกล่าวนั้นชาวนามักถูกช้างทำร้ายจนเสียชีวิต และเพื่อขึ้นสภาพให้กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ให้อุดมสมบูรณ์ ภายในบริเวณดังกล่าวนั้นมีการจัดทำพื้นที่ปลูกพืชเพื่อเป็นอาหารของช้าง, จัดทำฝายชะลอน้ำแบบกึ่งถาวร เพื่อกักน้ำไว้สำหรับช้างและสัตว์อื่นช่วงหน้าแล้ง, จัดทำแนวกันไฟ, จัดทำโป่งเทียม รวมถึงสร้างจิตสำนึกกับชาวบ้านไม่ให้รุกล้ำพื้นที่ป่าซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของช้างป่าด้วย ขยายพื้นที่เหมาะสมแก่การอยู่อาศัยของช้างป่า ซึ่งมีอัตราการเพิ่มของประชากรช้างป่าในอนาคต