โครงการเคลื่อนที่ บรรเทาทุกข์แก่พสกนิกร

ในสมัยที่ยังไม่มีเส้นทางดีๆใช้ในปัจจุบันนี้ ยังมีหมู่บ้านที่ห่างไกลไม่ว่าจะเป็นอยู่ในป่าลึกหรืออยู่บนเขา เป็นปกติที่ชาวบ้านในถิ่นทุรกันดารต้องพึ่งพาเพื่อนบ้านแทนหมอ หรือหากเจ็บป่วยไม่หนักมากนักก็หาพวกสมุนไพรต่างๆ ที่หาได้มาต้มเป็นยากิน หรือแม้กระทั่งการคลอดลูก ที่ยังคงใช้วิธีการคลอดแบบดั้งเดิมอยู่ซึ่งอาจเกิดอันตรายได้ทั้งแม่และลูกได้ ซึ่งแม้แต่การเผชิญหน้ากับโรคประหลาดที่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไรโดยอาจต้องดูแลรักษาแบบพื้นบ้านไป ในสมัยก่อนนั้นการเดินทางเข้าตัวเมืองที่มีโรงพยาบาลนั้นเป็นไปด้วยความลำบากและใช้เวลานาน ซึ่งบางเส้นทางต้องปีนเขา เดินทางลัดเลาะเป็นเวลานานเป็นวันๆ

สมัยนั้นโรงพยาบาลชุมชนยังเล็กมาก บางโรงพยาบาลมีหมอคนเดียว บางแห่งก็ไม่มีหมอเลย โดยคำบอกเล่าของนายแพทย์สงคราม ทรัพย์เจริญ แพทย์ประจำพระองค์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 พูดถึงปัญหาดังกล่าวซึ่งในหลวงท่านทรงเห็นว่าผู้คนที่อยู่ห่างไกลนั้นหากเจ็บป่วยขึ้นมาซึ่งยากลำบากในการเดินทาง บางพื้นที่ไม่สามารถใช้รถได้ต้องเดินเท้าเข้าไป พระองค์จึงทรงพระทานความช่วยเหลือแก่ประชาชนกลุ่มที่ลำบากที่สุดก่อนเสมอ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญที่สุด พวกเขาต้องได้รับความช่วยเหลือมากที่สุด  สุขภาพของพสกนิกรเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงห่วงใยเป็นลำดับแรก ซึ่งโครงการหน่วยแพทย์พระราชทานอย่างจริงจังขึ้นในปี พ.ศ. 2510 โดยพระองค์ได้เสด็จร่วมกับคณะแพทย์ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งการเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกลนั้นพระองค์โปรดเกล้าให้แต่งตั้งคณะแพทย์พร้อมเครื่องมือเครื่องใช้และยารักษาโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเลยแม้แต่บาทเดียว

หลังจากโครงการพระราชดำริแพทย์เคลื่อนที่ ก็เกิดคณะแพทย์อาสาตามพระราชประสงค์ของพระองค์ ซึ่งมาจากหลายหน่วยงานและหลายสาขาเพื่อรักษาคนไข้เฉพาะทาง เช่น หน่วยศัลยแพทย์ หู คอ จมูก โรคภูมิแพ้ จักษุแพทย์และทันตแพทย์ ซึ่งหลังจากที่หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของไปช่วยแล้ว ก็มีการนำความรู้มาให้ชาวบ้านด้วย ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริให้มีการอบรมหลักสูตร หมอหมู่บ้าน เน้นเรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้น โภชนาการ ยาสามัญประจำบ้าน รวมถึงให้ราษฏรอาสาสมัครนำความรู้ไปเผยแพร่ให้คนในชุมชน ซึ่งเป็นการลดจำนวนผู้ป่วยอาการเล็กน้อยได้ และเพิ่มโอกาสการช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีอาการหนักได้มากขึ้น

จากโครงการแพทย์พระราชทานในตอนนั้น ปัจจุบันได้มีโครงการสานต่อแพทย์อาสาเป็นโครงการแพทย์อาสาจากหน่วยงานโรงพยาบาลและมหาวิทยาลัยแพทย์หลายแห่ง เช่น โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ,กรมแพทย์ทหารบก และอีกมายมาก ที่ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยที่ห่างไกล เข้าถึงยาก พระราชดำริของพระองค์ท่านทำให้มีแพทย์รุ่นใหม่อาสาเป็นหน่วยแพทย์อาสาเคลื่อนที่มากมาย ด้วยภารกิจและอาชีพที่ต้องช่วยชีวิตคน ทำให้ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้หน่วยแพทย์ทุกคนเห็นว่ายังมีชาวบ้านอีกมากมายที่ยังต้องการความช่วยเหลือจากพวกเขาอยู่