เปลี่ยนสิ่งเสพติดให้เป็นอาหารที่มีคุณค่า

  ในสมัยก่อนไทยต้องประสบกับภาวการณ์เกษตรที่ตกต่ำอย่างหนัก อันเป็นผลมาจากความแล้งของดินป่าไม้ถูกทำลายเพื่อใช้ในการทำไร่เลื่อนลอย บนเขานั้นชาวบ้านมักนำฝิ่นมาปลูกเพื่อนำไปขายที่ประเทศเพื่อนบ้าน ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเห็นว่าหากคนไทยทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ประเทศไทยอาจกลายเป็นประเทศที่แห้งแล้ง ดินไม่อุดมสมบูรณ์ดังเช่นทุกวันนี้ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จเยือนพื้นที่หมู่บ้านชาวเขาหลายแห่ง และทรงทราบว่าปัญหาฝิ่นหนักหนาแค่ไหน พระองค์ทรงเห็นว่าดินทางภาคเหนือนั้นหากได้รับการฟื้นฟูสภาพดินแล้ว สามารถปลูกพืชเมืองหนาว และสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านได้ พระองค์จึงตระหนักว่าปัญหานี้มีทางออกหากจูงใจให้ชาวบ้านปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ทดแทนฝิ่นได้ คุณภาพชีวิตของชาวบ้านก็จะดีขึ้น สินค้าโครงการหลวงจึงถูกก่อตั้งขึ้น ในปี พ.ศ. 2512

แต่การเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนไม่ใช่เรื่องง่าย เราจึงเห็นภาพพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 กับชาวเขาหลายครั้ง เมื่อชาวบ้านหันมาปลูกพืชเมืองหนาวทดแทนฝิ่นแล้วต้องพบเจอกับปัญหาพ่อค้าคนกลางที่ให้ราคาไม่ยุติธรรม พระองค์จึงมีพระราชดำริตั้งโรงงานหลวงเพื่อช่วยเหลือชาวเขา ต่อมาจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปซึ่งเราคุ้นเคยกันดีอย่าง “ดอยคำ” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์โครงการหลวง น้ำผลไม้ ผลไม้อบแห้ง แยม น้ำผึ้ง ซึ่งทำมาจากผลไม้ 100 % หาซื้อง่ายและราคาไม่แพงเกินไป เป็นธรรมต่อเกษตรกรเพื่อให้ทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีอย่างเท่าเทียมกัน

สิ่งที่เราได้ไม่ใช่เพียงแค่ผัก ผลไม้ เอามาทำเป็นสลัด แต่เป็นองค์ความรู้เรื่องของการปลูกพืชในที่สูง สิ่งนี้ต่อยอดไปสู่สิ่งที่ใหญ่กว่านั้นได้อีกมาก นอกจากจะทำให้ประเทศเราผลิตอาหารได้หลากหลายขึ้น โครงการหลวงยังเป็นต้นแบบของการพัฒนาชุมชนบนที่สูงซึ่งเต็มไปด้วยข้อจำกัด พระองค์ทรงทำให้เราเห็นว่าแม้แต่พื้นที่ที่เป็นปัจจัยไม่อำนวยก็พัฒนาได้ดีขั้นได้ ด้วยวิธีการเอาใจเขามาใส่ใจเรา นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น ผักปลอดสารพิษที่สด สะอาด รวมถึงเป็นผักเมืองหนาวที่หาง่ายและราคาถูกกว่าสมัยก่อนมากที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศซึ่งมีราคาแพง

ปัจจุบัน ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงมีอยู่ประมาณ 38 แห่งทางภาคเหนือในจังหวัด เชียงใหม่, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, ลำพูน และพะเยา ซึ่งเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามาท่องเที่ยว เยี่ยมชมและศึกษางานด้านการทำเกษตรที่สูง เรียนรู้วัฒนธรรมของชาวเขาชนต่างๆ ที่ยังคงวิถีชีวิตดั้งเดิมนับรุ่นสู่รุ่น ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามของดอกไม้ พรรณไม้เมืองหนาว และผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์จนไม่เหลือร่องรอยของพื้นที่ปลูกฝิ่น และพื้นดินที่แห้งแล้งให้เห็นอีกต่อไป