ฝนหลวง…น้ำจากฟ้าด้วยมือพ่อของแผ่นดิน

ในสมัยก่อนประเทศไทยประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างหนัก เนื่องจากการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อการเกษตรและการนำเอาไม้มาสร้างบ้านในสมันนั้น ทำให้เกิดปัญหาฝนทิ้งช่วงยาวนานรวมถึงแม่น้ำที่แห้งเนื่องจากไม่มีน้ำที่กักเก็บไว้ ในปี พ.ศ. 2498 เมื่อคราวที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ทรงรับทราบถึงความเดือดร้อนทุกข์ยากของราษฎรและเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตร และทรงได้สำรวจพื้นที่ต่างๆด้วยพระองค์เอง ทรงเห็นว่าพื้นดินในบริเวณนั้นแตกระแหงหน้าดินไม่สามารถปลูกพืชทางการเกษตรได้เลย โครงการสร้างฝนหลวง จึงก่อกำเนิดขึ้นโดยการสร้างฝนเทียมขึ้นมา

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจึงได้มีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานโครงการพระราชดำริ “ฝนหลวง”ให้กับ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ได้ดำเนินการโครงการฝนหลวงโดยทดลองการสร้างฝนเทียมขึ้น และประสบความสำเร็จของโครงการในปี พ.ศ. 2512 ขั้นตอนการทำฝนเทียมนั้นเป็นกรรมวิธีการเหนี่ยวนำน้ำจากฟ้า โดยมีการใช้สารเคมีสำหรับใช้ในการสร้างเมฆ โดยการนำสารดังกล่าวขึ้นเครื่องบินโปรยขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งสารเคมีคือ ผงเกลือโซเดียมคลอไรด์ จะทำปฏิกิริยาที่ความสูง 7,000 ฟุต ความชื้นและไอน้ำจะเกิดการกลั่นตัวและเกิดการก่อตัวเป็นเมฆฝนขึ้น และเกิดน้ำฝนตกลงมาในที่สุด การสร้างฝนหลวงนั้นประสบความสำเร็จอย่างมาก และมีการสร้างต่อมาในพื้นที่ที่ฝนตกน้อยหรือไม่ตกเลย ซึ่งช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ประชาชนอย่างมาก

การสร้างฝนหลวงของพระองค์นั้นแตกต่างจาก การสร้างฝนเทียมที่อื่นๆมาก พระองค์ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ให้กำเนิด ฝนหลวง เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งจากความห่วงใยในพสกนิกร และคุณลักษณะของนักวิทยาศาสตร์ในพระองค์ ได้มีการจำแนกขั้นตอนการสร้างฝนเทียม 3 ขั้นตอนคือ

ขั้นตอนที่ 1 ก่อกวน โดยการกระตุ้นก้อนเมฆเป็นกลุ่มก้อนเพื่อใช้เป็นแกนกลางในการสร้างกลุ่มเมฆฝน โดยสารเคมีแคลเซียมคลอไรด์ แคลเซียมคาร์ไบด์ แคลเซียมออกไซด์ เป็นตัวที่สร้างเมฆฝนขึ้นมาเป็นกระบวนการกลั่นตัวของไอน้ำ

ขั้นตอนที่ 2 เลี้ยงให้อ้วน สารเคมีจะช่วยสร้างกลุ่มเมฆให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และหนาแน่นขึ้นเพื่อก่อให้เกิดเฆมฝนที่มีขนาดใหญ่พอที่จะทำให้ฝนตกลงมา

ขั้นตอนที่ 3 โจมตี สารเคมีจะใช้ในขั้นตอนต่อมาคือ ซิลเวอร์ไอโอได และน้ำแข็งแห้ง ซึ่งเป็นสารเย็นจัดโดยการจัดการกระบวนการเมฆฝนทำให้เกิดภาวะไม่สมดุล ภาวะดังกล่าวจะทำให้เกิดภาวะเมฆสร้างเม็ดน้ำฝนขึ้นและหากว่ามีขนาดใหญ่มากพอก็จะทำใหเกิดฝนตกในที่สุด

โครงการพระราชดำริฝนหลวง นั้นเกิดจากด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล และพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ฝนหลวงจะมีการพูดถึงตลอดมา ด้วยความห่วงใยต่อพสกนิกรของพระองค์ท่านในการฟื้นฟูสภาพพื้นที่แห้งแล้งให้อุดมสมบูรณ์ในที่สุด